China, What's Next?

ผล ฟุตบอล ยู ฟ่า แชมป์ เปีย น ลีก: China’s Challenges: Environment

ยิง ปลา scr888, SIM เงิบ กำไร Q2/58 ลดลง 69% หลังยอดขายเครื่องโทรศัพท์หดTRC ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 2.20-2.28 บาท แนวต้าน 2.34-2.40 // 2.54 บาท,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 138.04 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ124.50 ล้านบาท หรือ 0.21 บาทต่อหุ้นขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 239.71 ล้านบาท หรือ 0.2188 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1254% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17.70 ล้านบาท หรือ 0.0172 บาทต่อหุ้นนายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY เปิดเผยว่า ทางล็อกซเล่ย์เองก็มีบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์อยู่แล้ว มีการริเริ่มในเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ รวมถึง BYD บริษัทที่กำลังเป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลก แต่เนื่องจากเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เราจึงจำเป็นต้องศึกษาวิจัยถึงพลังงานที่จะใช้กับยานยนต์ไฟฟ้านั้นว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่จึงเกิดเป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในครั้งนี้ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยรวมในช่วง 6 เดือนแรก ที่มีการปรับตัวขึ้น เป็นผลจากการที่บริษัทมีรายได้จากการบริการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วน 83.96% ของรายได้ทั้งหมด เพิ่มขึ้นราว 1.73% จากปีก่อน อีกทั้งมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 9.83% เพิ่มขึ้นราว 14.76% มาอยู่ที่ 43.45 ล้านบาทบริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 24.42 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.10 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.98 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้นขณะที่การส่งออกของไทยไปยังจีนอาจชะลอลงอีก แต่ผลกระทบในภาคการท่องเที่ยวมีจำกัด เนื่องจากราคาสินค้านำเข้าในรูปเงินหยวนจะเพิ่มสูงขึ้นจากค่าเงินหยวนที่อ่อนค่า ส่งผลให้ความต้องการสินค้าของจีนอาจลดลงขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 9.16% อีกทั้งบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 43.79% เนื่องจากบริษัทรับพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน?ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS ณ เวลา 10.19 น.อยู่ที่ 7.70 บาท ปรับตัวลง 0.95 บาท หรือ 10.98% มูลค่าซื้อขายที่ 7.24 ล้านบาทBRQ15/1,758 Short ตอนเช้ายังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งที่ 1,770 บาท เป้าหมายทำกำไร 1,740 บาท ตัดขาดทุนเหนือ 1,785 บาทขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 55.58 ล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 6.62 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.03 บาทต่อหุ้นโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เป็นผลจากรายได้จากการขายลดลง ซึ่งเกิดจากการชะลอการลงทุนของลูกค้า และมีงานที่อยู่ระหว่างการติดตั้งยังไม่แล้วเสร็จจำนวน 125.90 ล้านบาทบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือTASCOประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล อัตราจ่ายเป็นเงินสด 0.30 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 26 ส.ค. 2558 ทั้งนี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 ก.ย. 2558ขณะที่การส่งออกของไทยไปยังจีนอาจชะลอลงอีก แต่ผลกระทบในภาคการท่องเที่ยวมีจำกัด เนื่องจากราคาสินค้านำเข้าในรูปเงินหยวนจะเพิ่มสูงขึ้นจากค่าเงินหยวนที่อ่อนค่า ส่งผลให้ความต้องการสินค้าของจีนอาจลดลง,ธนาคารกลางของประเทศจีนได้ประกาศการกำหนดค่าเงินหยวนจาก 6.1162 หยวน/ดอลลาร์ มาสู่ 6.2298 หยวน/ดอลลาร์ หรืออ่อนค่าเกือบ 2% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดในรอบเกือบ 20 ปี หรือตั้งแต่ปี 1994 ธนาคารกลางจีนมีความตั้งใจให้ค่าเงิน Yuan สะท้อนการปฏิรูป (Reform) ของค่าเงินและการเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน (Regime) ของค่าเงินหยวนครั้งนี้เกิดจากการแข็งค่าของค่าเงินหยวนในรูปแบบ Real Effective Exchange Rates อย่างมาก ทำให้จีนสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน คือค่าเงินหยวนแข็งมากไปเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่ค้า ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 48.16 ล้านบาท หรือมีกำไร 0.16 บาทต่อหุ้น ลดลงราว 44.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 86.95 ล้านบาท หรือ 0.29 บาทต่อหุ้นอย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 2.44 พันล้านบาท หรือ 1.589 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 857% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 255.35 ล้านบาท หรือ 0.167 บาทต่อหุ้นขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิ 148.31 ล้านบาท หรือขาดทุน 0.24 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 118.69 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น ASIMAR เจ๋งจริง! ไตรมาส 2 พลิกกำไรกว่า 22 ลบ.。

ทั้งนี้ GPSC กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 สิงหาคม 2558 และรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นโดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2558 โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 สิงหาคม 2558 และจะกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 กันยายน 2558 นี้สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 15 โครงการ มูลค่ารวม 24,020 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียมจำนวน 4 โครงการ มูลค่า 15,240 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์จำนวน 6 โครงการ มูลค่า 5,490 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวจำนวน 5 โครงการ มูลค่า 3,290 ล้านบาท,มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 49,506.22 ล้านบาทขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิ 3.87 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.012 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 12.27 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.037 บาทต่อหุ้น,ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่กำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมียอดขายผลิตภัณฑ์ยางมะตอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดส่งออกปรับขึ้นอย่างมากพร้อมกับอีก 2 โครงการใหม่ คือ โครงการ ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา 65 มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 42-3-9.1ไร่ จำนวน 152 หลัง ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท กับโครงการ ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ปัจจุบันนี้ทั้ง 3 โครงการใหม่ได้เปิดพรีเซลส์ ไปแล้ว ซึ่งประสบความสำเร็จในการขายเฟสแรกอย่างรวดเร็ว ได้รับยอดขายรวมกันประมาณ 300 ล้านบาท , SC คาดปีนี้รายได้ทะลุเป้า 1.39 หมื่นลบ.รอเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่า 8.8 พันลบ.、เกม pg slot、 (-) ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/58 จับตาการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของตลาด อาจกดดันต่อตลาดหุ้นไทยใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า , ตั้งแต่ริเริ่มเรื่องรถโดยสารไฟฟ้าสัมผัสได้ว่าเสียงส่วนใหญ่มักกล่าวถึงยานยนต์ไฟฟ้าในมิติเดียวเท่านั้น คือในเรื่องของราคาที่สูงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับรถโดยสารทั่วไปแต่น้อยนักที่จะกล่าวถึงยานยนต์ไฟฟ้าในแง่ของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มลพิษ และอากาศ เราให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจมาเป็นอันดับแรก แต่เรื่องความคุ้มค่าด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร ซึ่งต่างจากต่างประเทศที่มักจะให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ดังนั้นจึงคาดหวังว่าในความร่วมมือกับคณะวิจัยครั้งนี้นอกจากผลด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วต้องตอบโจทย์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบ้านเราด้วยเช่นกัน ด้านการลงทุนในต่างประเทศบริษัท เด็มโก้ เดอร์ ลาว จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ DEMCO ได้ลงนามสัญญาสัมปทานการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาให้แก่รัฐวิสาหกิจน้ำประปาแขวงหลวงพระบาง เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา มีกำหนดระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี บริษัทได้เริ่มงานออกแบบโครงการ งานปรับปรุงพื้นที่ก่อสร้างระบบผลิตและจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่ในเดือน ก.ค.58 และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาในไตรมาส 1/59 โดยมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการในระยะเวลา 30 ปี เป็นเงินประมาณ 900 ล้านบาทขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 638.92 ล้านบาท หรือ 0.49 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 608.93 ล้านบาท หรือ 0.54 บาทต่อหุ้นBRU15/1,758 Short ตอนเช้ายังไม่ได้ รอเข้าใหม่ที่ 1,765 บาท เป้าหมายทำกำไร 1,735 บาท ตัดขาดทุนเหนือ 1,780 บาทโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น,ขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 114.86 ล้านบาท หรือ 0.05 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 80.03 ล้านบาท หรือ 0.03 บาทต่อหุ้น , SAMART ไม่หวั่นศก.ซบ-ตั้งเป้าตุน Backlog ที่ 1.2 หมื่นลบ.ในสิ้นปี 58ขณะที่การปรับลดลงของ Infrastructure Plays เป็นโอกาส ซื้อ Sentiment ตลาดที่ถูกกดดันจากการปรับลดค่าเงินหยวนเป็นโอกาส ซื้อ กลุ่มหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากหยวนอ่อนค่า และมีประเด็นลงทุน อย่างกลุ่มสื่อสารที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และได้ประโยชน์จากประมูล 4G กลุ่มรับเหมาฯ คาดเปิดประมูลรถไฟรางคู่ คลอง19-แก่งคอย จิระ-ขอนแก่น ภายใน ส.ค.-ก.ย.นี้ อย่าง บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC และบริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’