China, What's Next?

คา สิ โน ออนไลน์ กัมพูชา: China’s Challenges: Environment

เครดิต ฟรี ไม่มี เงื่อนไข 20211️⃣LOOK618,สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้ากุ้งของบริษัทคือ การประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ภาษีนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งจากไทยเพิ่มจาก 4.2% เป็น 12% และผลิตภัณฑ์กุ้งอื่นๆ จาก 7% เป็น 20% อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว บริษัทได้ย้ายฐานการผลิตและส่งออกสินค้ากุ้งไปเวียดนามก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วโดยบริษัทจะได้ไม่ต้องเชิญประชุมผู้ถือหุ้นทำการอนุมัติในครั้งต่อไปและสามารถทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจไปได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจงและ/หรือนักลงทุนประเภทสถาบัน(นักลงทุน)ซึ่งเป็นบุคคลในวงจำกัด(Private Placement)จำนวน 4,000 ล้านหุ้นดังกล่าวข้างต้นจะไม่มีนักลงทุนรายใดซึ่งรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรจนถึงเกณฑ์ที่ทำให้นักลงทุนหรือกลุ่มนักลงทุนที่ได้รับการจัดสรรแบบเฉพาะเจาะจงต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทฯ(Tender offer),โดยเชื่อว่างานนี้จะได้รับความสนใจจากผู้ที่อยู่ในวงการอะไหล่รถยนต์ที่จะสามารถเลือกประมูลซื้อทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรปได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้แล้วในวันที่ 26 เมษายน 2558 จัดประมูลรถมือสองสภาพนางฟ้าและบิ๊กไบท์จำนวนกว่า 200 คัน เป็นการรวบรวมสวยคัดพิเศษพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจซื้อทดลองขับแห่งแรกของประเทศไทย โดยสามารถชมรถได้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2558 ณ สหการประมูล สาขาพุทธมณฑลสาย 2 โดยเริ่มประมูลตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,949.59 จุด ลดลง 85.34 จุด หรือ -0.47%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,014.10 จุด เพิ่มขึ้น 19.50 จุด หรือ +0.39% และดัชนี S P500 ปิดที่ 2,097.29 จุด ลดลง 3.11 จุด หรือ -0.15% แนะนำซื้อ SCC โดยมีแนวรับที่ 536 และ 532 และมีแนวต้านที่ 544 และ 550 เป็นจุดขายทำกำไรAsia Green Energy (AGE TB; THB 2.60) ซื้อ โดยก่อนหน้านี้ นายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ประธานทีมเอซี มิลาน เตรียมขายหุ้นใหญ่ที่ถืออยู่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเมื่อปีที่แล้ว นักธุรกิจไทยรายนี้ได้พบกับนายแบร์ลุสโคนี เป็นครั้งแรก และได้มีการบรรลุข้อตกลงในเบื้องต้นสำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้ากุ้งของบริษัทคือ การประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ภาษีนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งจากไทยเพิ่มจาก 4.2% เป็น 12% และผลิตภัณฑ์กุ้งอื่นๆ จาก 7% เป็น 20% อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว บริษัทได้ย้ายฐานการผลิตและส่งออกสินค้ากุ้งไปเวียดนามก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว, หุ้นเข้า SET50 (17 เม.ย.58): SET50 (+) BA BLA ITD SUPER TPIPL / (-) BAY BDMS BJC KTIS SPALI VGI,สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บี เตชะอุบล นักธุรกิจชาวไทย เตรียมเดินทางไปยังเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ เพื่อสรุปข้อตกลงในการเทคโอเวอร์ทีมเอซีมิลานอีกทั้งยังรับรู้กำไรจากการเข้าลงทุนในลงทุนในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วในต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหินมาซินลอค และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ สตาร์ รวมถึงการเข้าถือหุ้นเพิ่มในบริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ จำกัด (NED) ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย เมื่อต้นปีนี้ เป็นระดับ 66.66% จากเดิมที่ 33.33% ด้วยUSDM15 ขายสถานะ Long ออกไปก่อนหลังจากหลุด 32.52 ลงไป 32.50 / 32.47 32.55 / 32.60ทั้งนี้ การออกมาให้ข่าวของคณะกรรมการกสทช.ทั้ง 2 ท่านอย่างต่อเนื่องเป็นในลักษณะที่มีอคติต่อบริษัทฯ ทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่ให้ความเป็นธรรมต่อบริษัทฯเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ( NMG ) ซึ่งเป็นคู่กรณีของบริษัทฯ โดยตรง โดยเป็นการให้ข่าวในลักษณะที่สอดคล้อง และสอดรับกับสื่อในเครือของ NMG มาโดยตลอด กระทรวงพาณิชย์ เตรียมประกาศเป้าหมายการส่งออกในปี 2558 ใหม่ในปลายสัปดาห์นี้ หลังจากที่ได้ทบทวนตัวเลขร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยคาดว่าจะปรับลดเป้าหมายการส่งออกลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 4% มาเหลือมากกว่า 1% ขณะที่ยังคาดว่าการส่งออกในเดือนมี.ค.นี้จะยังติดลบ ซึ่งส่งผลให้ไตรมาสแรกการส่งออกไทยอาจจะยังติดลบ ฮั่งเส็งปิดบวก 83.36 จุด คาดจีนกระตุ้นศก.เพิ่มเติม ฮั่งเส็งปิดพุ่ง 755.56 จุด จากคาดการณ์จีนกระตุ้นศก.เพิ่มเติมบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.) คาดว่ากำไร TASCO ในไตรมาส 1/58 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 625 ล้านบาท โดยประเมินผลประกอบการจะยังโดดเด่น และทำสถิติสุงสุดใหม่ต่อเนื่องสู่ระดับ 625 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน 20% จากไตรมาสก่อน และปีก่อน 146% จากปีก่อน ได้แรงหนุนจาก ต้นทุนน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ、คาดตลาดหุ้นช่วงบ่ายจะยังคงแก่วงตัวอยู่ในแดนลบเป็นหลัก เนื่องจากยังคงขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยปัจจัยทางด้านต่างประเทศยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องประชุมระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 เม.ย. และการประชุม Fed ในช่วงวันที่ 28-29 เม.ย. อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำเก็งกำไรหุ้นในกลุ่ม Nano Finance เช่นเดิมRSดีดฟื้นกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Three White Soldiers ปิดที่จุดสูงสุดของวัน แนวต้านแรก 16.60 บาท และถัดไปที่ 17.50 บาทส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังอยู่ในภาวการณ์ฟื้นตัวช้าๆ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเหลือ 3.8% จาก 4.0% และได้ปรับลดอัตราเงินเฟ้อเหลือ 0.2% จากเดิม 1.2% เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรได้ปรับลดลงมาอย่างมาก。

GFJ15:18460 เคลื่อนไหวในกรอบแคบต่ำกว่าระดับ 18500 ปรับตัวลดลงมาตามแรงกดดันของราคาทองคำ ซึ่งเราแนะนำให้เน้นการ Open Long ใน GFJ15 มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างในระยะยาวยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านที่ 18800-18900 โดยมีแนวรับสำคัญที่ 18400นายเดฟ ลูว์อิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเทสโก้กล่าวว่า ปี 2557 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเทสโก้ ผลประกอบการที่เปิดเผยในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดซบเซาลงอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้ศักยภาพในการแข่งขันของเทสโก้ถดถอยลงด้วย โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ขยับขึ้น 0.1% แตะระดับ 154.07 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาไทยนายเดฟ ลูว์อิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเทสโก้กล่าวว่า ปี 2557 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเทสโก้ ผลประกอบการที่เปิดเผยในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดซบเซาลงอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้ศักยภาพในการแข่งขันของเทสโก้ถดถอยลงด้วยซื้อ SAWAD กำไรโต ได้รับผลดีดอกเบี้ยต่ำ และ Upside จาก M A: แนะนำ ซื้อ SAWAD ด้วยปัจจัยบวกจาก 1) กำไร 1Q15 เติบโตแกร่ง y-y จากฐานสินเชื่อเติบโต ต้นทุนการเงินต่ำลง และ Fee income ที่เพิ่มขึ้น 2) กำไรระยะ 1-4 ปีข้างหน้าเติบโตสูง 40% ต่อปี 3) Upside เพิ่มจากการเขาซื้อกิจการในอนาคต 4) ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะถ้า กนง.ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย.นี้อย่างไรก็ตามในแง่ของการบริหารความเสี่ยง ภายใต้ MTL Model เชื่อว่าจะสามารถรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปีนี้ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.5% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งถือว่าต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 4-6%, EFORL มั่นใจปี 58 กำไรโต-รายได้แตะ 4 พันลบ.หลังรับรู้ฯ วุฒิศักดิ์ เต็มปีโดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเพิ่มเป็น 50% จากเดิม 37.5% เนื่องจากในปีก่อนรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยประมาณ 16 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 30 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ และในปี 59 จะเพิ่มเป็น 50-60 เมกะวัตต์ทั้งนี้ บริษัทจึงใคร่ขอเรียกร้องความเป็นธรรมมายังท่านคณะกรรมการกสทช. และขอความกรุณาท่านคณะกรรมการกสทช. ได้โปรดใช้ดุลพินิจและการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบและเป็นธรรมตามกฎหมายต่อบริษัทฯโดยบริษัทฯขอเรียนว่า บริษัทฯมีความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ ดุลพินิจและการพิจารณาอย่างเป็นธรรมของคณะกรรมการกสทช.,นายยุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับธุรกิจโรงพิมพ์ยังคงเดินหน้าต่อไป เพราะยังสามารถมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย(EBITDA) ปีละกว่า 150 ล้านบาท โดยล่าสุด EPCO จะได้รับงานพิมพ์เพิ่มเข้ามาอีก เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของบริษัทขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 2/58 อีกทั้งยังได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดด้านสุขภาพและความงามที่ยังเป็นธุรกิจดาวรุ่งของปี ซึ่งส่งผลดีต่อวุฒิศักดิ์โดยตรง อีกทั้งได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ขณะเดียวกันธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 50% ในปีนี้ เนื่องจากบริษัทเพิ่มการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่มีมาร์จิ้นสูง(3) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 4,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาททั้งจำนวนหรือแต่บางส่วนในคราวเดียวกันหรือต่างคราวกันให้แก่นักลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง และ/หรือนักลงทุนประเภทสถาบัน (นักลงทุน) ซึ่งเป็นบุคคลในวงจำกัด (Private Placement)ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 28/2551 เรื่องการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2551ในราคาเสนอขายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด แต่ราคาที่เสนอขายจะต้องไม่ต่ำกว่า 0.50 บาทตามระเบียบตลาดหลักทรัพย์นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ซาอุดิอาระเบียได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในเยเมนเมื่อวานนี้ หลังจากที่กองกำลังพันธมิตรภายใต้การนำของซาอุดิอาระเบียได้โจมตีกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนเป็นเวลายาวนานเกือบ 1 เดือนพร้อมทั้ง มองว่าผลการดำเนินงานในปีนี้จะกลับมาเทิร์นอะราวด์ โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวม 770 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 100% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 310.19 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (backlog)แล้ว 100 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยส่งมอบสินค้าและรับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมดทั้งนี้ ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0735 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.0734 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นที่ 1.4925 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.4903 ดอลลาร์สหรัฐ, ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 119.70 เยน เทียบกับระดับ 119.31 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9551 ฟรังก์ จาก 0.9564 ฟรังก์ และค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7707 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7720 ดอลลาร์บมจ.สยามราช ประกอบธุรกิจให้บริการงานวิศวกรรมก่อสร้างสถานีวัดและระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ได้แก่ สถานีบริการ ออกแบบ ก่อสร้าง บำรุงรักษาและบริหารจัดการ สถานีบริการ และธุรกิจออกแบบและจำหน่ายระบบปั๊มอุตสาหกรรมและระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า,นอกจากนี้ บริษัทยังมีงานที่อยู่ระหว่างเจรจาอีกมูลค่า 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทราบผลเร็วๆนี้ ส่วนความคืบหน้าสาขาที่เวียดนามขณะนี้อยู่ระหว่างจดจัดตั้งบริษัท โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้นักลงทุนขานรับรายงานของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นที่เปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าในเดือนมี.ค.อยู่ที่ 2.293 แสนล้านเยน (1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการเกินดุลการค้าครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2555 โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของยอดส่งออก และต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบและทรัพยากรด้านพลังงานประเภทอื่นๆ ที่ปรับตัวลดลงKBAN28P1505A +22.2% (KBANK -1.7%)ขณะที่มีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) จำนวน 68,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,568 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.38 ส่วนใหญ่มาจากลูกค้า SME ขนาดเล็ก และลูกค้ารายย่อย ซึ่งค่อนข้างอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีนโยบายในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และรักษาอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพในระดับที่เหมาะสม โดย NPLs Ratio (net) เท่ากับร้อยละ 1.52。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’