New Leaders Forum

แทง บอล 77 bb: Security and the Life Sciences

พนันเสือมังกรquestion,ส่วนด้านตลาดต่างประเทศธนาคารกลางจีนวางแผนอัดฉีดเงินมูลค่า 1.30 แสนล้านหยวน หรือ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ระบบการเงินเพื่อลดความตื่นตระหนกของนักลงทุน หลังตลาดหุ้นจีนร่วงลงแรงจนต้องใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์เพื่อลดความผันผวนของตลาดทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ที่จีนประกาศใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาด โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักนั้น มาจากการที่ธนาคารกลางจีนปรับลดค่ากลางเงินหยวนลงสู่ระดับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อวานนี้สำหรับตลาดในประเทศปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้เพียงตัวเลขหลักเดียวราว 5-6% ซึ่งเป็นการเติบโตจากการขยายกลุ่มลูกค้าขนาดกลางและลูกค้าเดิมเพิ่มขึ้น จากในปีที่แล้วกลุ่มลูกค้าของบริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะที่ในกลุ่มลูกค้าผู้ส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง ได้รับผลกระทบจากข้อกีดกันจากการส่งอาหารไทยไปยุโรป หรือสหรัฐฯ แต่ปี 59 กลุ่มลูกค้าส่งออกน่าจะได้อานิสงส์จากการส่งออกไก่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนด้วยสำหรับในส่วนของช่องรายการใหม่พบว่า เรตติ้งยังไม่สูงมาก แต่ก็กำลังมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ เรตติ้งจะเพิ่มขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัดในรายการประเภทกีฬา ที่มีการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาต่างๆ โดยเฉพาะฟุตบอล และมวยไทย นอกจากนี้ รายการประเภทการแข่งขันแสดงความสามารถอย่างรายการชิงช้าสวรรค์ ไมค์ทองคำ ก็เป็นรายการที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมค่อนข้างสูง ซึ่งอาจเนื่องมาจากเป็นรายการที่เคยโด่งดังจากการออกอากาศในช่องฟรีทีวีเดิมมาก่อน"บริษัท CEPSA ประเทศสเปน เพื่อการบริหารจัดการวัตถุดิบให้มีใช้อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ ขยายธุรกิจ PET ให้ครอบคลุมทวีปยุโรปมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจ IPAเป็นครั้งแรกและผลักดันให้เกิดความแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ HVA ,โรงงานเอทิลีนแครกเกอร์ ในรัฐ Louisianaประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อการบริหารจัดการวัตถุดิบให้มีใช้อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ และใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน ,บริษัท CEPSA ประเทศแคนาดา เพื่อการบริหารจัดการวัตถุดิบให้มีใช้อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ในทวีปอเมริกาเหนือ" แนวต้าน : 1,245 และ 1,250อีกทั้งยังมีบริษัท แคปปิตอล โอเค จำกัด ดำเนินธุรกิจในการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการอุปโภคและบริโภคหรือสินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อย อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) ,สินเชื่อเงินผ่อน (Sales Finance) ,สื่อเชื่อบัตรเครดิต(Credit Card),สินเชื่อธุรกิจเช่าซื้อ (Hire Purchase) ภายใต้แบรนด์ CAPITAL OK บริษัท เอแคป คอนซัลติ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการทั้งในด้านของกฎหมายและการให้บริการสอบทานกระแสเงินสด (Cash Mornitoring) และบริษัท บริหารสินทรัพย์ เอแคป(เอเชีย) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งมีความพร้อมในการเข้าประมูลพอร์ตบริหารสินทรัพย์ในอนาคตขณะที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐในเดือนธันวาคมปรับลดลงเช่นกันบวกกับรายงานการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับลดลงในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นการดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ส่งผลให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและมาลงทุนในทองคำแทนเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยCI ซื้อ ราคาหุ้นดีดฟื้นตัวขึ้นกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้ สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ชี้ตัด Signal ขึ้นพลิกกลับมาเป็นบวกได้วันแรก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 2.46 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 2.60 บาท1.เศรษฐกิจโลก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าในปีนี้เศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ 3.6% ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ 2.7% และเศรษฐกิจจีน เติบโต 6.7% ซึ่งหากสถานการณ์จริงไม่เป็นไปตามที่ IMF คาดการณ์ไว้ ก็จะถือว่าเศรษฐกิจโลกปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญปัจจัยหนึ่ง 2.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งหากแนวโน้มราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ก็จะส่งผลดีต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้ และ 3.ปัญหาภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้าเกษตร เกาะติดหุ้นเด็ด เด็กแนว ราคาปิดประจำวันที่ 6 ม.ค. 58,โดยดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.2% แตะ 128.65 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียวระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 5.30-6.30 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 5.20 บาทพนันเสือมังกรquestion,ขณะที่ ใช้การหลุด 1.8 เป็น stop lossภาพสัญญาณ สัญญาณหลัก ลบ / แต่ Indicators ระยะสั้นมาก (Candlestick SMA) ให้ภาพที่แสดงการรีบาวด์ฯต่อได้ รายงาน Global Economic Prospects ของธนาคารโลกระบุว่า ปีนี้เศรษฐกิจโลกน่าจะขยายตัว 2.9% ในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง ซึ่งลดลง 0.4% จากที่ได้คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมิ.ย.2558 โครงสร้างรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ เป็นรายได้ที่เกิดจากงานของบริษัทย่อย เนื่องจากโครงสร้างของบริษัทฯเป็นโฮลดิ้ง โดยในปีนี้รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการปล่อยสินเชื่อทั้งที่เป็นสินเชื่อระยะสั้นและระยะยาว ส่วนรายได้ที่เหลือก็จะมาจากงานเกี่ยวกับ Call Center งานรับจ้างติดตามหนี้ รวมถึงการให้บริการสอบทานกระแสเงินสด (Cash Mornitoring) ทำให้เรามั่นใจว่าในปี 59 นี้ บริษัทฯ จะมีรายได้และกำไรเติบโตได้สูงขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ นางสาวสุกัญญากล่าวที่มา: อินโฟเควสท์แปลและเรียบเรียง。

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงเป้าหมายสำหรับการท่องเที่ยวในปี 2559 โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในปีนี้ราว 32 ล้านคน คิดเป็นรายได้ 1.67 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมรายได้ของทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและในประเทศเองแล้วคาดว่าจะอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากในปี 2558 ที่มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 2.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ในปี 2560 ได้ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านล้านบาท ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยูโรโซนในเดือนธ.ค.ทรงตัวที่ระดับ 54.2 จากเดือนพ.ย. แต่ปรับตัวขึ้นจากดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือนธ.ค.ที่ 53.9 ทั้งนี้ ภาคบริการของยูโรโซนยังคงขยายตัวแข็งแกร่งในเดือนธ.ค. โดยขยายตัวเทียบเท่ากับดัชนีในเดือนพ.ย. ซึ่งสูงสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ยอดการผลิตใหม่และมุมมองบวกทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ส่วนการจ้างงานใหม่ขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี , ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2559 อยู่ที่ 2.9%ADVANC ปิดที่ 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาททั้งนี้ในการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% อยู่ในช่วง 0.25-0.50% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์กันไว้ โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2549 AP ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นตัวขึ้นด้วยรูปแบบ Double Bottom พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ที่มีแนวโน้มใกล้เป็นบวก หากผ่านแนวต้าน 5.65 บาท จะเป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตาม มีแนวต้านถัดไปที่ 5.75 และ 5.90 บาท ม.หอการค้าฯชี้ช้อปช่วยชาติเงินสะพัด 1.75 หมื่นลบ. หนุนจีดีพีเพิ่ม 0.1%โดยการเข้าซื้อกิจการที่เกิดขึ้นนับเป็นการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด เพื่อสร้างการเติบโตของกำไรอย่างมั่นคง ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยมีเป้าหมายระยะสั้นในการสร้างมูลค่าอย่างมีนัยยะให้กับธุรกิจผ่านการลดต้นทุนการดำเนินงาน ในระยะกลาง และคาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากปัจจัยภายในมากกว่าแรงผลักดันจากภายนอก และในระยะยาวยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นและลูกค้า รวมทั้งสร้างโอกาสสำหรับพนักงาน เนื่องจากบริษัทจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านต้นทุนในทุกธุรกิจหลัก และมีการดำเนินงานในตลาดที่น่าสนใจ รวมถึงอยู่ในทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีทั้งปัจจัยประชากรในท้องถิ่นและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นตัวขับเคลื่อนปริมาณความต้องการดอลลาร์อ่อนแรงลงเมื่อเทียบยูโรและเยน หลังจากรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ที่เพิ่งมีการเปิดเผย ได้ระบุว่าการแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเป้าหมายของเฟดในการหนุนเงินเฟ้อสู่ระดับ 2% ขณะเดียวกัน เงินเยนได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและหลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนเป็นครั้งแรก,ในส่วนของการรับชมรายการพบว่า ค่าความนิยม (เรตติ้ง) ช่องรายการฟรีทีวีในระบบดิจิตอลเดือนธันวาคม 2558 ได้แก่ ช่อง 5 เรตติ้ง 0.071, ช่อง NBT เรตติ้ง 0.046, ช่องไทยพีบีเอส เรตติ้ง 0.122, ช่องโทรทัศน์รัฐสภา เรตติ้ง 0.001, ช่อง 3FAMILY เรตติ้ง 0.132, ช่อง MCOT KIDS FAMILY เรตติ้ง 0.029, ช่อง MVTV FAMILY เรตติ้ง 0.000, ช่อง TNN24 เรตติ้ง 0.051, ช่อง THAI TV เรตติ้ง 0.000, ช่อง NEW TV เรตติ้ง 0.060, ช่อง SPRING NEWS เรตติ้ง 0.050, ช่อง BRIGHT TV เรตติ้ง 0.025, ช่อง VOICE TV เรตติ้ง 0.022, ช่อง NATION เรตติ้ง 0.057, ช่อง WORKPOINT TV เรตติ้ง 0.590, ช่อง TRUE4U เรตติ้ง 0.134, ช่อง GMM CHANNEL เรตติ้ง 0.076, ช่อง NOW TV เรตติ้ง 0.061, ช่อง CH8 เรตติ้ง 0.449, ช่อง 3SD เรตติ้ง 0.220, ช่อง MONO 29 เรตติ้ง 0.373, ช่อง MCOT HD เรตติ้ง 0.183, ช่อง ONE HD เรตติ้ง 0.246, ช่อง THAIRATH TV เรตติ้ง 0.120, ช่อง 3 HD เรตติ้ง 1.876, ช่อง AMARIN TV เรตติ้ง 0.072, ช่อง 7 HD เรตติ้ง 2.305 และช่อง PPTV เรตติ้ง 0.081,สรุปหุ้น10อันดับแรกที่ดันดัชนีวันนี้ (6ม.ค.)สรุปหุ้น10อันดับแรกที่ดันดัชนีวันนี้ (6ม.ค.) SET ปิดบวก 6 จุด ADVANC ซื้อ-ขายสูงสุดเกือบ 8 พันลบ. ฮั่งเส็งเปิดร่วง 208.21 จุด เหตุวิตกเศรษฐกิจจีนซบเซา ก.ล.ต.เปิดรับฟังความเห็นเกณฑ์อนุญาตให้ REIT สามารถให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อยนายปิยะ กล่าวต่อว่า บริษัทคาดว่ารายได้จากธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจะขึ้นไปแตะระดับ 500 ล้านบาท ใน 5 ปี (ปี 58-62) โดยรายได้จะมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-30% ซึ่งบริษัทมีแผนการขยายลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ปี 2558 นับเป็นปีที่เป็นโอกาสพิเศษในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น การเข้าซื้อกิจการที่เกิดขึ้นทั้ง 8 แห่งจะช่วยสร้างให้ IVL เป็นผู้นำระดับโลกและช่วยให้เกิดความได้เปรียบด้านต้นทุน ทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งและครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของทุกธุรกิจที่สำคัญของเรา นายโลเฮีย กล่าวทั้งนี้ ประเมินจากจำนวนผู้เสียภาษีทั้งหมด 3.25 ล้านคน ซึ่งหากทุกคนมาใช้สิทธิลดหย่อนเต็มจำนวนทั้ง 15,000 บาท จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัด 48,000 ล้านบาท และรัฐเสียรายได้ราว 4,700 ล้านบาท、ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะ ซื้อ หุ้น ADVANC คาดกำไรปกติไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 17.3% จากไตรมาสก่อนและเพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 1.0 หมื่นล้านบาท สำหรับปี 2016 ปรับกำไรปกติลงอีก 11% เหลือ 3.52 หมื่นล้านบาท บนสมมติฐานว่าบริษัทรักษาฐานลูกค้า 2G ได้ครึ่งเดียว ทำให้ราคาเป้าหมายลดจากเดิม 230 บาทเหลือ 195 บาท แต่ถ้าบริษัทสูญเสียลูกค้า 2G ที่มีอยู่ทั้งหมด 12 ล้านราย (รายได้หายไป 2 หมื่นล้านบาท) เป้าหมายจะเหลือ 150 บาท ยังสูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันซึ่งคิดเป็น PE 11 เท่า ต่ำกว่าในอดีตที่อยู่ที่ 18-20 เท่า และคิดเป็น Dividend yield เฉพาะงวด 2H15 ถึง 4.6% (คาดจ่าย 6 บาท/หุ้น)โดยดัชนีฯล่าสุดเมื่อเวลา 14.58 น. ดัชนีหุ้นไทย อยู่ที่ 1,229.67 จุด ลบ 30.37 จุด หรือ 2.41% สูงสุด 1,244.04 จุด ต่ำสุด 1,229.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3.07 หมื่นลบ.สำนักข่าวยอนฮัพรายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ว่า กองทัพเกาหลีใต้ได้ประกาศเฝ้าระวังขั้นสูงสุดตามแนวชายแดนติดเกาหลีเหนือ ในบริเวณที่มีการติดตั้งเครื่องกระจายเสียงเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ ก่อนที่เกาหลีใต้จะกลับมาเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อตั้งแต่ช่วงบ่ายวันศุกร์นี้。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.