Pacific Money

candy kingdom 7771️⃣LOOK618: China Powers “Two World” Economy

pg รับ 100 1️⃣2021,อย่างไรก็ตาม การรายงานตัวเลขจ้างงานและยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งของสหรัฐตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนก.ค.ของสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งทำให้การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ จะยังเป็นปัจจัยที่กดดันต่อราคาทองคำ AMATA ลดเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ลงหลังช่วง 6 เดือนแรกทำได้เพียง 408 ไร่ขณะที่มองราคาโมลาสซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ในช่วงปี 59 น่าจะอยู่ที่อยู่ที่ตันละ 4,000 บาทต้นๆ ต่ำกว่าปีนี้ที่ 4,700 บาท/ตัน เนื่องจากราคาน้ำตาลถูกมากส่งผลให้ราคาโมลาสก็น่าจะปรับลงด้วย แต่ราคาโมลาสจะไม่ลงมากเท่ากับราคาน้ำตาลเพราะยังมีความต้องการใช้เพื่อผลิตเอทานอลอยู่,กลยุทธ์: เพียงเก็งกำไรคั่นเวลา หรือรอซื้อในแนวรับสำคัญ การปรับตัวลง 1,340-1,360 เป็นจุด เสี่ยงเสี่ยงซื้อที่สำคัญเรามองนักลงทุนสามารถทยอยสะสมหุ้นปลอดภัยที่ให้ปันผลสูง และใช้จังหวะอ่อนตัวซื้อหุ้นใหญ่ในกลุ่ม สื่อสาร ธนาคาร ท่องเที่ยว ได้แก่ ADVANC DTAC TRUE KTB BBL TISCO TCAP MINT AOT CPN โดยหุ้นมี top pick คือ IRPC CPN MINT โดยเฉพาะหาก SET ลงทดสอบใกล้ 1,350+/- นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ยังมั่นใจว่าจะทำกำไรสุทธิได้แน่นอน แม้ว่าในในช่วงไตรมาส 2/58 กำไรจะลดลงจากไตรมาส 1/58 ก็ตาม แต่ในช่วงครึ่งปีแรกก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ระดับ 191 ล้านบาทแล้ว และคาดว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังก็จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก แม้ว่าในส่วนของปริมาณขายถ่านหินจะน้อยกว่าครึ่งแรกที่ทำได้ 3.05 ล้านตันแนวรับ 1365*-1370 แนวต้าน 1375-1378*นอกจากนี้สินทรัพย์ของบริษัทจัดว่าแข็งแกร่ง เพราะมีโรงงานหลายแห่ง บริษัทลูกหลายบริษัทรวมๆ แล้วมีที่ดินกว่า 200 ไร่ และมูลค่าของ hidden assets ก้อนเหล่านี้ระดับ 1 หมื่นล้านบาท มีกำไรสะสมปริมาณมาก โอกาสในอนาคต เกี่ยวกับธุรกิจใหม่ๆ ร่วมทุนใหม่ๆ ด้านพลังงานถือว่าน่าจับตาเป็นอย่างมาก หากอิง PBV ที่ 2 เท่า สูสีกับคู่แข่ง ราคาที่เหมาะสมไม่ควรจะต่ำกว่า 4.60 บาท ราคาหุ้นทางเทคนิคดีดตัวกลับ กราฟมี buy signal รอบนี้ไปเจอกันที่ high เดิม 4.30 บาทนายทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น แสดงความเป็นห่วง ความเคลื่อนไหวของจีนที่ต้องการให้เงินหยวนอ่อนค่า เนื่องจากจะสร้างปัญหาให้กับญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์นิกเกอิและสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่นรายงานอ้างนายอาโสะว่า จีนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นในญี่ปุ่นดิ่งลงพร้อมกันนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเสริมศักยภาพ (Strategic Partner) ของบมจ.วีรีเทล (WR) ซึ่งเป็นบริษัทที่ PF ถือหุ้นในสัดส่วน 93% เนื่องจาก WR ยังมีหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง(PP)ที่รอเสนอขายราว 2 พันล้านหุ้น และบริษัทวางแผนจะนำ WR กลับเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯอีกครั้งในปี 59นอกจากนี้ยังเตรียมขยายธุรกิจออกไปในประเทศแถบอาเซียนมากขึ้น จากเดิมที่มีการเข้าไปลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีพื้นที่ให้เช่าประมาณ 20,000 ตาราเมตร และอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้。 IFECเข้าซื้อ เล็งแบ่งทำกำไรที่ 12.8 บาทกลุ่มพลังงานกดดัน SET หลังราคาน้ำมันทำจุดต่ำสุดใหม่รอบ 7 เดือนประกอบกับมาร์จินการผลิตเหล็กเกรดพิเศษจะดีกว่าการผลิตเหล็กปกติถึง 2 เท่าตัว โดยผลิตภัณฑ์เหล็กเกรดพิเศษบางชนิดจะมีมาร์จิ้นมากถึง 2 % จากผลิตภัณฑ์เหล็กปกติที่มีมาร์จิ้นเพียง 7-8 % LANNA คาดกำไร H2/58 ใกล้เคียง H1/58 ชะลอซื้อเหมืองถ่านหินอินโดฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL ณ เวลา 10.06น. ราคาอยู่ที่ 1.94 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 3.19% สูงสุดที่ 1.96 บาท ต่ำสุดที่ 1.94 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 48.91 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.58%,มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 49,270.40 ล้านบาท、สล็อต luk666 1️⃣2021、STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 9.35 ลงไป ,SIAM ราคาปิด 3.58 บาท。

PTTEP ตั้งบ.ย่อย PTTEP HKI รองรับธุรกิจสำรวจ-ผลิตปิโตรเลียมเจ้าหน้าที่บางรายวิตกว่าเงินเฟ้อที่ระดับต่ำในปัจจุบันและแนวโน้มเงินเฟ้ออาจไม่สอดคล้องกับหนึ่งในเกณฑ์ของเฟดในการเริ่มคุมเข้มนโยบายการเงิน และการคุมเข้มนโยบายก่อนเวลาที่เหมาะสมอาจจะสร้างแรงกดดันช่วงขาลงต่อเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านนักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ค., ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ค.จาก Conference Board, ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนส.ค. SET พรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,370-1,390ระดับราคายังคงไต่ระดับตามสัญญาณซื้อในรูปแบบ V-Shape หลังจาก Break แนวต้านที่ 1.74 บาทขึ้น โดยจะมีแนวต้านเป้าหมายของรูปแบบดังกล่าวค่อนข้างไกลมากส่วนกรณีมีรายงานข่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เตรียมเปิดแถลงข่าวว่าจะไม่รับตำแหน่งที่ปรึกษา คสช.หลังจากถูกปรับออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รับก็อย่ารับ ผมไม่ได้ว่าอะไร ผมจะให้รับ เมื่อไม่รับก็อย่ารับ ผมจะไปขัดใจอะไรท่าน ท่านเองก็ร่วมเป็นร่วมตายมากับผม เว้นแต่ท่านจะขัดใจผมเท่านั้นเอง ท่านจะน้อยใจผม โกรธผม ก็ต้องด้วยความเคารพ เพราะผมไม่มีอะไรอยู่แล้ว , ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากปรับตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 2.06 แต่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องรายงานส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนในประเด็นที่ว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินครั้งหน้าในเดือนก.ย.หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ซึ่งรวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ได้กล่าวย้ำว่ามีความเหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนในตลาดคาดการณ์กันในวงกว้างว่าเดือนก.ย.หรือหลังจากนั้น เป็นช่วงเวลาที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดPTT ปิดที่ 273.00 บาท ลดลง 7.00 บาทหุ้นบวกดัชนีมากสุด AOT ADVANC BH KTB CPN MINT TRUE GUNKUL EGCO ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 326,000 บาร์เรล สู่ระดับ 57.4 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 212.8 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 594,000 บาร์เรล สู่ระดับ 148.4 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันหลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะของบริษัทน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น 2 แห่ง เป็น 672 แห่งในสัปดาห์ที่แล้ว นิกเกอิปิดเช้าร่วง 122.49 จุด วิตกศก.จีน,เยนแข็งค่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีดัชนีฮั่งเส็งลดลง 289.24 จุด หรือ 1.25% ปิดภาคเช้าที่ 22,878.61 จุด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเช้าปรับตัวลง 0.4% แตะ 3,779.10 จุดประเด็นที่สองเรื่องโรงไฟฟ้าขยะโรงแรกที่บริษัทจะได้สัญญาการขายไฟจากการไฟฟ้านั้น กำหนดการไว้ประมาณเดือนกันยายน เร็วๆ นี้อาจจะมีข่าวดีนี้ออกมา โดยโรงไฟฟ้าขนาด 9.9MW โรงแรกของบริษัทจะได้เริ่มลงมือก่อสร้าง ส่วนโรงที่ 2 คาดว่าจะได้มาใกล้เคียงกัน เท่ากับอย่างน้อยปีนี้มี 2 โรงในมือ รวม ๆ กันเกือบ 20MW ถ้าได้ตามนี้จะเป็นการ confirm ว่าพื้นฐานอนาคต CWT เปลี่ยนและไปไกลแน่แนวรับ 3.00 บาท แนวต้าน 3.22 บาท,ขณะที่ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตมอเตอร์จาก 60,000 ลูกต่อเดือน เป็น 80,000 ลูกต่อเดือน เพื่อรองรับยอดคำสั่งซื้อมอเตอร์สำหรับปั๊มน้ำเพิ่มเติมจากผู้ผลิตรายใหญ่เฉลี่ยเดือนละอีก 16,000 ลูก โดยในปัจจุบันบริษัทใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยสูงกว่า 95% ของกำลังการผลิตทั้งหมด, ในเชิง Valuation ถือว่าตลาดหุ้นไทยน่าซื้อสะสมแล้ว หลังค่า Consensus PE 58 อยู่ที่ 14.36 เท่าเท่านั้น (ใกล้เคียงกับระดับ P/E 14.6 เท่า หากปรับประมาณการณ์กำไรตลาดลง 10% จากเดือนที่คาดการณ์ช่วง ม.ค.58 ซึ่งเป็นแนวรับที่ทางฝ่ายให้ไว้ใน Strategy report: Next Step ภาค 3 เมื่อวันที่ 3 ส.ค.) เพียงแต่ในระยะสั้น Sentiment เชิงลบที่กดดันให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นได้ลำบากอยู่ราคาหุ้นลงมาต่ำมาก บริเวณ 3 บาทจะเห็นแรงรับต่อเนื่อง และเกิดเป็น Double bottom โดยการดีดตัวเมื่อวานเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ เป็น Tower แบบ Bullish Engulfing ขณะที่ RSI ไต่ขึ้นล่วงหน้าแล้ว ประเมินว่าถ้าวอลุ่มเข้าต่อเนื่องจะเป็น W-shape มีต้านแรก 3.50 บาท ต้านถัดไป 4 บาทต้องกลับไปให้ได้ ไม่งั้นการเพิ่มทุนเพื่อซื้อโรงไฟฟ้าอาจจะต้องปรับราคากันใหม่ ถ้าปรับต่ำลงเงินก็จะไม่พอ。

A recent report tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.”

“We are moving away from a U.S. – or Europe-led world to a world led by China,” writes Stephen King, Chief Global Economist at HSBC in a report released on Wednesday.

HSBC’s Emerging Market Index for the last quarter of 2012 tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.” The first is the “old world” consisting of the U.S. and Europe, which continue to experience an ongoing deleveraging. The second is the “new world” consisting of the “structurally dynamic” emerging markets in general, but China in particular.

In fact, HSBC projects that “China will make its biggest-ever contribution to global growth in 2014.”

Part of this is attributable to a slight improvement in China’s economy, which HSBC expects will grow by 8.6% in 2013, up from 7.8% in 2012. Although this is more robust than the 5.4% growth rate HSBC expects from the emerging markets as a whole, it is still a slower rate of growth than China experienced in the pre-financial crisis era.

Still the slower rate of growth is not as consequential as one might expect, at least in terms of China’s impact on the world economy. This is because the Chinese economy is much larger than it was when it was growing by double digit growth rates. “As a result,” King writes, “although its own growth rate may have slowed, its contribution to global growth is on the rise.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

King illustrates this trend by pointing to the increase many countries have experienced, in terms of the percentage of their GDP that comes from their exports to China. This is especially true for countries located near China and, to a slightly lesser extent, commodity producing economies. For example, whereas South Korea’s exports to China amounted to just 3.5% of GDP in 2000, 12% of Seoul’s GDP came from its exports to Beijing in 2012.

It was hardly alone. In fact, a HSBC report from November of last year noted that every country in Asia except for India had seen its export exposure to China—exports to China as a percentage of a country’s total exports—increase between 2006 and 2011. The increase was especially striking in Australia, given its location and commodity production. According to Saul Eslake, chief economist at Bank of America’s Merrill Lynch division in Melbourne, Australia ships about 28% of its exports to China and Beijing indirectly sets the price that other countries pay for another 30% of Australia’s exports.

HSBC also singled out Malaysia and Singapore as other Asian nations whose export exposure to China has grown in recent years. Not surprisingly, non-Asian countries that have seen the largest increase in their exposure to exports to China are typically commodity producers, the report said, explicitly listing Chile, Kazakhstan, Saudi Arabia, and Angola. Angola is a particularly interesting case. With a GDP of U.S. $101 billion in 2011, Angola has become China’s fourteenth most important source of imports, the report says, ahead of countries like France, Canada, Italy, the UK, and even India, which borders on China and boasts an economy over 18 times as large (U.S.$1.85 trillion) as Angola’s. In light of this, HSBC concludes that, “the lack of trade between India and China must count as one of the great missed opportunities of recent years.”

But if India’s paucity of trade with China makes it an outlier in Asia, it would be quite at home in the “old world” nations in North America and Europe.

“The ‘old world’ has yet to catch the China express,” HBSC writes. Indeed, U.S. exports to China are only 0.7% of Washington’s GDP, with Canada, France, and Italy roughly equivalent. On the other hand, the U.K.’s exports to China are even lower, making up just 0.4% of London’s gross output. Germany’s far better than other members of the EU in this (and most other) regards, with about half of EU exports to China coming from Germany, according to the European Council on Foreign Relations (ECFR).  The same ECFR report, published in May of last year, estimated that just under 7% of German exports go to China, making it Germany’s third largest export market after the EU and the U.S.

Still HSBC cautioned against putting too much stock into this, noting that: “Germany’s heightened trade relationship with China has been absolutely swamped by an even bigger increase in its dependency on the rest of Europe.”

Thus is the reality of a two world economy.

Zachary Keck is assistant editor of The Diplomat. He is on Twitter: @ZacharyKeck.