Pacific Money

ดูบอลออนไลน์แมนซิคืนนี้: China Powers “Two World” Economy

คิง 99 คา สิ โน1️⃣M98,ดัชนี 1,513.82 เปลี่ยนแปลง +3.31 จุดบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (11 พ.ค.) ว่า JAS* (เป้า Consensus 7.2 บาท) สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ 1) ราคาหุ้นปรับลงแรง คาดเป็นผลจากข่าวลบเรื่องการคิดค่าธรรมเนียมฯ ของ JASIF 4.75% (ผลกระทบต่อกำไรสุทธิไม่มาก) แนวรับ 8.90-9.05 บาท เซียนหุ้นมอง SET เดือนนี้ลุ้นแตะ 1,600 จุด ชู Theme หุ้นเด่นแกร่งกว่าตลาด ภาพเทคนิคของ SET หลุดแนวรับสำคัญทั้ง 1,543 และ 1,533 จุด ทำให้มีความเสี่ยงที่ดัชนีจะลงต่อตาม Momentum ลงหลุด Low สำคัญ โดยมีแนวรับที่ 1,525 จุด หากลงต่ำกว่าจะเกิดสัญญาณหายนะ MACD ตัดเส้น Signal Line ลงมา ทำให้ดัชนีอาจไหลลงลากเลือด โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,508 จุด、 หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไรหุ้นชุดเดียวกับช่วงเช้า ได้แก่ SCB , SVI และ ADVANC สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในวันจันทร์ ที่ 11 พ.ค.ขึ้นอยู่กับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ คืนนี้ อาจจะมีแนวต้านเกิดขึ้นเพราะขึ้นขึ้นมาค่อนข้างแรง มองแนวต้านที่ 33.65 บาท/ดอลลาร์ แต่ถ้าตัวเลขออกมาไม่ดีมีโอกาสจะลงไปที่ 33.20 ต้นๆ ได้ นักบริหารเงินกล่าวนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(8 พ.ค.) ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวขึ้นกว่า 10 จุด รับแรงซื้อจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ และเงินบาทก็เริ่มทรงตัวได้และแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จึงเป็นไปได้ที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาซื้อหุ้นคืนธุรกิจ: กลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวชฯ,KTBจังหวะฟื้นตัวขึ้นด้วยรูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing ราคากลับขึ้นมาปิดเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 ปียืนเหนือระดับ 20.00 บาทได้ แนวต้านย่อย 20.40 บาท ถัดไปที่ 21.00 บาทรายได้รวมของบริษัทลดลง 15% เป็น 2,347 ล้านบาทในปี 2557 จาก 2,760 ล้านบาทในปี 2556 เนื่องจากบริษัทไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2557 จำนวนยูนิตในโครงการคอนโดมิเนียม DEN Vibhavadi ส่วนใหญ่ได้ส่งมอบให้แก่ลูกค้าไปแล้วในปี 2556 อย่างไรก็ตาม รายได้จากที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นเป็น 2,259 ล้านบาทในปี 2557 จาก 1,787 ล้านบาทในปี 2556 ยอดขายในปี 2557 ลดลงเล็กน้อยเป็น 1,970 ล้านบาท จาก 2,094 ล้านบาทในปี 2556 สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ หากขึ้นให้ขาย และลงให้ซื้อ ตามกรอบแนวรับแรกที่ 1,480-1,500 และกรอบแนวต้านที่ 1,530-1,550 จุด โดยหากดัชนีปรับตัวลงสู่แนวรับ มองเป็นจุดเริ่มทยอยสะสมหุ้นสำหรับนักลงทุนระยะกลางเพื่อรอไปขายช่วงปลายไตรมาสที่ 2/2558 ส่วนหุ้นแนะนำสำหรับเดือนพฤษภาคมนี้ ให้เปลี่ยนหุ้นลงทุน โดยออกจาก TMB, THAI, ROBINS, SGP, MONO, KKP, FOCUS เพื่อเข้าลงทุนใน ADVANC, BANPU, PS, HANA, PTT, TISCO, EVER แทน รวมกับหุ้นอีก 13 บริษัท ที่ยังคงคำแนะนำ ได้แก่ IRPC, IFEC, ITD, TCAP, BJCHI, JMT, TPCH, WHA, TRUE, SUPER, GL, CPF, TPIPLหุ้นโนเกีย พุ่งขึ้น 3.9% ภายหลังจากที่มีรายงานว่า อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อกิจการแผนที่จากโนเกียโดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีอ่อนแรงลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่หลายภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึง ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ อยู่ในภาวะซบเซาในปัจจุบันส่วนภาพรวมตลาดต่างจังหวัด บริษัทมีแผนจะขยายสาขาบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 14 สาขา โดยเน้นการพัฒนาศูนย์บริการลูกค้าที่มีอยู่ 8 แห่ง ให้กลายเป็นสาขาบริการเต็มรูปแบบ ได้แก่ นครสวรรค์, นครราชสีมา, ชลบุรี, อุบลราชธานี, เพชรบุรี, สงขลา, ขอนแก่น และ ลพบุรี จากเดิมที่สาขาบริการอยู่ 6 สาขา ได้แก่ ร้อยเอ็ด, นครศรีธรรมราช, เชียงใหม่, พิษณุโลก, อุดรธานี และ ฉะเชิงเทรา และมีแผนการที่จะเปิดเพิ่มอีก 5 สาขาในปีนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ณ วันที่ 27 เม.ย.58 คือ บริษัท ชาติชีวะ จำกัด ถือหุ้น 177,480,000 หุ้น(51%) หลังเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 30.60% รองลงมาเป็น TEE Development Pte. Ltd. ถือหุ้น 170,519,300 หุ้น(49%)หลังเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 29.40% KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,222.89 ล้านบาท ปิดที่ 211.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาทบมจ. ทีพีบีไอ (TPBI) ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยมีบริการครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบผลิตภัณฑ์และพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์, การผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์ และการทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ส่วนมูลค่าการค้าต่างประเทศของจีนในเดือนเม.ย.ปรับตัวลง 10.9% เมื่อเทียบรายปี แตะ 1.96 ล้านล้านหยวน (3.2056 แสนล้านดอลลาร์) โดยอ่อนแรงลงต่อเนื่องจากที่หดตัว 13.5% ในเดือนมี.ค.บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ (8 พ.ค.) แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ต ลดความเสี่ยงด้วยการถือเงินสดมากขึ้น และรอจังหวะตลาดในระยะถัดไปก่อน ขณะที่หุ้นเทรดดิ้งสั้น แนะนำกลุ่มส่งออกเน้นอิเล็กทรอนิกส์ KCE, HANA และ SVI,พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation หรือ MOC) ระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลญี่ปุ่นในการพัฒนาระบบรถไฟไทย และคาดว่าจะมีการลงนามกันในวันที่ 26-27 พ.ค.นี้ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่ลดลง เนื่องจากราคาพลังงานยังคงลดลงต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1/58。

อนึ่ง SPCG ได้บรรลุข้อตกลงกับ KTB แล้ว ในการที่เป็นผู้ปล่อยสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันระยะเวลาผ่อนชำระ 8 ปี อัตราดอกเบี้ย 8.88-9.99% แก่บ้านเรือนที่ติดตั้งแผงโซล่าบนหลังคา ซึ่งจะช่วยให้ครัวเรือนประหยัดไฟฟ้าได้ทันทีราว 15-20% หรือ หารายได้ส่วนเพิ่มได้ด้วยการขายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์ให้แก่ภาครัฐซึ่งเปิดรับซื้อไฟฟ้าในราคา 6.85 บาท/ หน่วย เวลายาวนานถึง 25 ปีอีก, เยอรมนีเผยผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมี.ค.หดตัว บ่งชี้ศก.ยังไม่แข็งแกร่งแนวตัดขาดทุน ค่าลบ หรือ ต่ำกว่า 152 บล.แมคควอรี ผู้ออก DW28 เผย วอลุ่มตลาดช่วงเช้าค่อนข้างเงียบเหงาหลังดัชนีหลักทรัพย์เปิดกระโดดและลดช่วงบวกลงมา โดย SET50 Index ปิดเที่ยง +0.37% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 ปิดเที่ยง +0.20% ขณะที่นักลงทุนให้ความสนใจ SET50 Call เช่น S5028C1506Aนางภัทรภร วรรณภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVT เชื่อว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯของ TVT ในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยต่อยอดให้ธุรกิจของบริษัทฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยการเปลี่ยนแปลงระบบออกอากาศของสถานีโทรทัศน์จากระบบอนาลอก มาเป็นระบบทีวีดิจิตอล ที่เปิดตัวได้ช่วงหนึ่ง ทำให้ปัจจุบันมีหลายช่องทีวีดิจิตอลแสวงหาคอนเทนต์ที่ดีและน่าสนใจเพื่อออกอากาศSET คาดว่า SET มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,504-1,515 จุด ตลาดรีบาวด์ระยะสั้นรวมถึงการที่นักลงทุนน่าจะให้ความสนใจ ที่เข้ามาลงทุนหุ้น TVT มากขึ้นเพราะหุ้น TVT มีแนวโน้มที่มีรายได้เติบโตเป็นผลมาจากที่ขณะนี้ความได้เปรียบที่เป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ที่สามารถจะรับงานผลิตรายการป้อนให้กับทีวีช่องไหนก็ได้ในระบบดิจิตอลทีวีที่เพิ่มจาก 6 ช่องเป็น 24 ช่อง ในปัจจุบัน และรายการคอนเทนต์ต่างๆ ก็มีเพิ่มมากขึ้นจากจำนวนช่องทีวีที่มากขึ้นจากรายการเดิม 6 ช่อง อยู่ที่ 800 รายการเมื่อมีดิจิตอล 24 ช่องทำให้รายการเพิ่มขึ้นถึง 3,000 รายการเป็นการตอกย้ำโอกาสที่ TVT จะเข้าไปมีบทบทในการผลิตรายการช่องต่างๆ เป็นจำนวนมากในอนาคต,ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ที่ระดับ A+ พร้อมทั้งจัดอันดับเครดิตให้แก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 8,000 ล้านบาทของบริษัทที่ระดับ A+ เช่นกัน โดยแนวโน้มยังคง Stable หรือ คงที่ ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้สำหรับการลงทุนในกลุ่มโรงแรม Tivoli TOP ดูดีไตรมาส 1/58 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 พันลบ.โตกว่า 80%,SCB เริ่มฟื้นตัว หลังจากลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ 158.00 บาท และเกิดสัญญาณกลับตัวขึ้น คาดว่าจะผ่านแนวต้านย่อย 162.00 บาท เป็นจังหวะซื้อต่อเนื่อง คาดว่าจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 166.00 บาทTUF ซื้อ ราคาหุ้นเกิดสัญญาณกลับตัวรูปแบบ Bullish Engulfing สามารถทะลุขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนบริเวณ 21.00 บาทได้ เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตาม โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 22.00 บาทสำหรับปัจจัยเชิงเศรษฐกิจในระยะสั้นคาดว่ายังไม่ดีนัก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพื่อสะท้อนปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น โดยล่าสุด Consensus P/E อยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับ 15x อีกครั้ง,รายได้ในปี 2557 ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการขายที่อยู่อาศัยแนวราบ บริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัย ณ เดือนธันวาคม 2557 จำนวน 18 โครงการ ด้วยมูลค่าเหลือขายรวม 5,626 ล้านบาท บริษัทมียอดขายที่รอการส่งมอบมูลค่า 543 ล้านบาทซึ่งรวมยอดขายในโครงการ ออกัส คอนโดมิเนียม มูลค่า 175 ล้านบาทที่จะส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้ภายในปี 2559 ความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนค่าก่อสร้างซึ่งทำให้บริษัทมีอัตรากำไรในระดับที่น่าพอใจ อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทอยู่ในช่วง 18%-23% ระหว่างปี 2554 ถึงปี 2557 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 14%-17% ในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 16 รายที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าต่อตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เนื่องจากในตลาดเริ่มมีข่าวว่ากรีซอาจจะไม่สามารถชำระหนี้คืนให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) มูลค่า 750 ล้านยูโรได้ ซึ่งพรุ่งนี้คงต้องจับตาปัจจัยนี้ต่อ เพราะความชัดเจนจะออกมาในวันพรุ่งนี้ เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 245-247 และ 250-252 บาท/ ตัดขาดทุนที่ 232 บาทSelective Buy: กลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดได้แก่ 1) กลุ่มหุ้นผลการดำเนินงาน 1Q15 ออกมาดีอย่าง THCOM TOP CENTEL 2) หุ้นที่ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยที่ลดลง: INTUCH ADVANC 3) หุ้นที่ได้ผลดีจากการอ่อนค่าของเงินบาท: TUF DELTA KCE HANA 4) หุ้นที่ราคาลดลงต่ำ มี Upside สูง: SAMART RS หุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการโดดเด่น VNG, RCL, กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนมี.ค.ลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผลผลิตด้านสินค้าทุนหดตัวลง ซึ่งส่งสัญญาณว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีอาจไม่แข็งแกร่งอย่างที่ประเมินกันไว้นอกจากนี้ บริษัทมีโอกาสลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3/58 นี้ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ ประเมินว่าน่าจะผลักดันให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัท GUNKUL เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอนราคาปิด 26.50 แนวรับ 26-25 แนวต้าน 27-27.50 KTBจังหวะฟื้นตัวขึ้นด้วยรูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing ราคากลับขึ้นมาปิดเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 ปียืนเหนือระดับ 20.00 บาทได้ แนวต้านย่อย 20.40 บาท ถัดไปที่ 21.00 บาทนอกจากนี้ การเติบโตดังกล่าวยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในปี 2557 เป็น 1,265 ล้านบาท เทียบกับ 568 ล้านบาทในปี 2556 สะท้อนถึงความพยายามของบริษัทในการขยายธุรกิจดังกล่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายค่อนข้างคงตัว แม้จะอ่อนลงเล็กน้อยในปี 2557 ที่ 16.8% เทียบกับ 17.8% ในปี 2556 สภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับดี โดยบริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2557 เท่ากับ 8,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 7 เท่าในปี 2557 อัตราส่วนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่อหนี้สินอยู่ที่ 16.3% ในปี 2557 ลดลงจากปี 2556 ที่ 24.3%SCB ซื้อเก็งกำไร。

A recent report tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.”

“We are moving away from a U.S. – or Europe-led world to a world led by China,” writes Stephen King, Chief Global Economist at HSBC in a report released on Wednesday.

HSBC’s Emerging Market Index for the last quarter of 2012 tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.” The first is the “old world” consisting of the U.S. and Europe, which continue to experience an ongoing deleveraging. The second is the “new world” consisting of the “structurally dynamic” emerging markets in general, but China in particular.

In fact, HSBC projects that “China will make its biggest-ever contribution to global growth in 2014.”

Part of this is attributable to a slight improvement in China’s economy, which HSBC expects will grow by 8.6% in 2013, up from 7.8% in 2012. Although this is more robust than the 5.4% growth rate HSBC expects from the emerging markets as a whole, it is still a slower rate of growth than China experienced in the pre-financial crisis era.

Still the slower rate of growth is not as consequential as one might expect, at least in terms of China’s impact on the world economy. This is because the Chinese economy is much larger than it was when it was growing by double digit growth rates. “As a result,” King writes, “although its own growth rate may have slowed, its contribution to global growth is on the rise.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

King illustrates this trend by pointing to the increase many countries have experienced, in terms of the percentage of their GDP that comes from their exports to China. This is especially true for countries located near China and, to a slightly lesser extent, commodity producing economies. For example, whereas South Korea’s exports to China amounted to just 3.5% of GDP in 2000, 12% of Seoul’s GDP came from its exports to Beijing in 2012.

It was hardly alone. In fact, a HSBC report from November of last year noted that every country in Asia except for India had seen its export exposure to China—exports to China as a percentage of a country’s total exports—increase between 2006 and 2011. The increase was especially striking in Australia, given its location and commodity production. According to Saul Eslake, chief economist at Bank of America’s Merrill Lynch division in Melbourne, Australia ships about 28% of its exports to China and Beijing indirectly sets the price that other countries pay for another 30% of Australia’s exports.

HSBC also singled out Malaysia and Singapore as other Asian nations whose export exposure to China has grown in recent years. Not surprisingly, non-Asian countries that have seen the largest increase in their exposure to exports to China are typically commodity producers, the report said, explicitly listing Chile, Kazakhstan, Saudi Arabia, and Angola. Angola is a particularly interesting case. With a GDP of U.S. $101 billion in 2011, Angola has become China’s fourteenth most important source of imports, the report says, ahead of countries like France, Canada, Italy, the UK, and even India, which borders on China and boasts an economy over 18 times as large (U.S.$1.85 trillion) as Angola’s. In light of this, HSBC concludes that, “the lack of trade between India and China must count as one of the great missed opportunities of recent years.”

But if India’s paucity of trade with China makes it an outlier in Asia, it would be quite at home in the “old world” nations in North America and Europe.

“The ‘old world’ has yet to catch the China express,” HBSC writes. Indeed, U.S. exports to China are only 0.7% of Washington’s GDP, with Canada, France, and Italy roughly equivalent. On the other hand, the U.K.’s exports to China are even lower, making up just 0.4% of London’s gross output. Germany’s far better than other members of the EU in this (and most other) regards, with about half of EU exports to China coming from Germany, according to the European Council on Foreign Relations (ECFR).  The same ECFR report, published in May of last year, estimated that just under 7% of German exports go to China, making it Germany’s third largest export market after the EU and the U.S.

Still HSBC cautioned against putting too much stock into this, noting that: “Germany’s heightened trade relationship with China has been absolutely swamped by an even bigger increase in its dependency on the rest of Europe.”

Thus is the reality of a two world economy.

Zachary Keck is assistant editor of The Diplomat. He is on Twitter: @ZacharyKeck.