The Debate

ทุน ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ ล่าสุด 1️⃣2021: Politics and Climate Change

slotxo xs1️⃣M98,ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานในปี 58 มีกำไรเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากบริษัทรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้จาก Hello เพิ่มขึ้นเท่าตัว และรายได้จากสื่อดิจิตอลยังโตในอัตราสูงแม้ว่าบริษัทจะได้รับประประโยชน์ระยะยาวจากการซื้อกิจการครั้งนี้ แต่สถานะทางการเงินของบริษัทอาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินทุนที่ใช้ในการทำธุรกรรมนี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเงินทุนและแผนการลดภาระหนี้สินของบริษัทยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้"สำหรับประเด็นนี้จะหนุนหุ้นในกลุ่ม Related Oil กลับมามีปัจจัยบวก หลังก่อนหน้านี้ตลาดมีการลดน้ำหนักหุ้นในกลุ่มนี้ต่อเนื่องหลังราคาน้ำมันลง เพราะกังวลแผนการก่อสร้างโครงการ LNG จะชะลอต่อเนื่อง ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันพลิกกลับเช่นนี้ คาดว่าจะส่งจิตวิทยาเชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หนุนการขยายกำลังผลิตก่อสร้างโรงผลิต LNG เพิ่มเติมในระยะถัดไป เป็นโอกาสดีในการสะสมหุ้น STPI(TP 23.5, PER 7.8 เท่า), BJCHI(TP9.3, PER 7.7 เท่า)" สำหรับปริมาณการขายสินค้าในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าปริมาณขายหนังฟอกในปีนี้จะอยู่ที่ 24 ล้านตารางฟุต จาก 22 ล้านตารางฟุตในปีก่อน โดยสินค้าราว 90% จะขายให้กับโรงงานผลิตรองเท้าแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียง เช่น Timberland สัดส่วน 35-40% , Adidas และ Reebok สัดส่วน 25-30% ,Lacoste สัดส่วน 10% ,Dr.Martens ,Camper เป็นต้น โดยรวมมีฐานลูกค้าที่ทำรองเท้า 40-50 แบรนด์ ส่วนอีก 10% ขายให้กับอุตสาหกรรมฟอกหนังสำหรับสินค้าแฟชั่นอื่น ๆทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานในปี 58 มีกำไรเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากบริษัทรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้จาก Hello เพิ่มขึ้นเท่าตัว และรายได้จากสื่อดิจิตอลยังโตในอัตราสูง Valuation : ปัจจุบันซื้อขายทีระดับ PER16F ต่ำเพียง 7.68x ต่ำกว่า Mean ที่10.67x Upside สูง 44%แม้ผลการดำเนินงานปี 58 ของ BCH จะไม่สดใสมากนัก แต่จากแนวโน้มที่ดีขึ้นของ WMC ซึ่งคาดผู้ป่วยต่างชาติจะทยอยเข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง กอปรกับกลยุทธ์การเพิ่มเครือข่ายโรงพยาบาลในเครือ และการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างจังหวัดอาทิ เชียงราย ฉะเชิงเทรา คาดจะช่วยผลักดันให้รายได้จากกิจการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนกำไรสุทธิปี 59 คาดว่ายังโตต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจะยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ทยอยซื้อ ราคาพื้นฐานปี 59 ที่ 9.50 บาทต่อหุ้นทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 59 ของ LHBANK ไว้เหมือนเดิมที่ 1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17.1%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดว่าจะมีการจ่ายปันผล 0.09 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่คาดว่าจะมีการจ่ายปันผล 0.037 บาท/หุ้น สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ KBANK-F มูลค่าสูงสุด 109.15 ลบ.。 โดยเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บหลายรายที่ถูกไฟลวก สำลักควัน และสังกะสีบาด ได้ทำการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะก่อนเกิดเหตุมีผู้พบเห็นประกายไฟบริเวณมิเตอร์ไฟฟ้า และมีรายงานว่า ขณะเกิดเหตุห้องต้นเพลิงไม่มีคนอยู่ แต่เจ้าของห้องได้ชาร์จโทรศัพท์มือถือเอาไว้ อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้งขณะที่เมื่อวันที่ 16 ก.ย.58 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้ผู้ถือหุ้นเป็นเงินจำนวน 1,595 ล้านบาท ในอัตรา 1.10 บาทต่อหุ้น คงเหลือจ่ายในงวดนี้ 1.17 บาทต่อหุ้น เป็นเงิน 1,697 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถจ่ายผู้ถือหุ้นได้ในวันที่ 27 เม.ย.59สำหรับผลการดำเนินงานในปี 58 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโต 5-10% จากปี 57 ที่รายได้รวมอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนแรกปี 58 มีรายได้แล้ว 1.8 พันล้านบาท ขณะที่ปัจุจบันบริษัทไม่มีหนี้ระยะยาว มีแต่หนี้การค้า และมีกระแสเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจทุกปี รวมถึงมีการจ่ายปันผลในอัตราที่สูงกว่านโยบายด้วย CPALL อ่อนลง 0.61% รอลุ้นผลสรุปจุดยืนสมาคมบลจ.วันนี้กรณีปรับแผนลงทุน ,ทั้งนี้ บริษัทฯมั่นใจกำไรสุทธิปี 59 จะดีกว่าปีที่ผ่านมาที่มีกำไร 39.14 ล้านบาท และปี 57 อยู่ที่ 45.36 ล้านบาท และคาดอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นมาที่ 3% จากปีก่อน 2.96% อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่จะเพิ่มขึ้นมาที่ 12% จากเดิม 11.6% เนื่องจากเป็นไปตามยอดขายปรับตัวดีขึ้น จากการขยายสาขามากขึ้น รวมถึงบริษัทฯมองว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีกว่าปีก่อน แต่อาจจะยังไม่เห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีแรกนี้ หรืออาจจะยังคงชะลอตัวอยู่ โดยเชื่อว่าครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจะเริ่มดีขึ้น และน่าจะมีส่วนช่วยให้กำลังซื้อปรับตัวดีขึ้นS50H16/825.80 Long ที่เปิดไว้ 810 จุด ทำกำไรได้ตอนเช้า สถานะใหม่ Long ช่วงย่อตัวลงมาที่ 820 จุด เป้าหมายทำกำไร 828 จุด ตัดขาดทุนหากหลุด 818 จุด。

TTCL ปิด 16.20 +0.10 +0.62%BANPU(BANPU TB; THB 15.90) ซื้อทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นทันทีที่มีการแถลงความร่วมมือจากอิหร่าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในความผันผวน เนื่องจากอิหร่านแสดงท่าทีว่าจะไม่สนับสนุนแผนการจำกัดการผลิตน้ำมัน เพราะอิหร่านต้องการเพิ่มการผลิตเพื่อชดเชยจำนวนที่ขาดหายไปในช่วงที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตรนอกจากนี้ ได้ประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสดจำนวน 0.50 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 25 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 พ.ค. 2559,แนวต้าน 4.42-4.50 // 4.60 บาท、 คำค้นfedดอลล่าร์ตลาดเงินนิวยอร์กยูโร บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320ทั้งนี้ จะมีประชุมบอร์ดของทั้งเครือฯในวันที่ 26 ก.พ. และทั้ง CPALL และบมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) จะส่งงบการเงินวันที่ 29 ก.พ.นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2558 ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯในอัตราหุ้นละ 0.44 บาท ซึ่งได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วสำหรับงวด 1 ม.ค.-30 มิ.ย.2558 ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ (พาร์) 1.00 บาท เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2558 โดยยังคงเหลือเงินปันผล สำหรับงวด 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2558 ในอัตราหุ้นละ 0.32 บาทต่อหุ้น (พาร์) 1.00 บาท หรือคิดเป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 168.64 ล้านบาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน 8 เมษายน 2559 และกำหนดวันจ่ายปันผลในวันที่ 29 เมษายน 2559, ยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 32 เดือนเทียบเยน หลังแนวโน้มศก.ยูโรโซนอ่อนแอ,PTTEPเข้าซื้อเพิ่มที่ 61.50 บาท เป้าหมาย 72.00 บาท、เครดิต ฟรี 100 ถอน ได้ 2019 1️⃣2021、แนะนำซื้อ BANPU โดยมีแนวรับที่ 15.80 และ 15.60 และมีแนวต้านที่ 16.80 และ 17.30 เป็นจุดขายทำกำไร、สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นทันทีที่มีการแถลงว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้อิหร่านได้แสดงท่าทีว่าจะไม่สนับสนุนแผนการจำกัดการผลิตน้ำมัน เพราะอิหร่านต้องการเพิ่มการผลิตเพื่อชดเชยจำนวนที่ขาดหายไปในช่วงที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยในวันนี้ เวลา 23.00 น.ตามเวลาไทยความเห็น: ซื้อเล่นสั้นนอกจากนี้สายการบินนกแอร์ ยังมีแผนแลกเปลี่ยนร่วมมือทำการบินกับสายการบินในยุโรป ที่มีช่วงฤดูท่องเที่ยว(high season) ไม่เหมือนกัน โดยในช่วงที่สายการบินนกแอร์อยู่ในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (low season) จะสามารถนำเครื่องบินไปทำการบินในยุโรป และเมื่ออยู่ในช่วงฤดูท่องเที่ยวก็สามารถนำเครื่องของสายการบินในยุโรปมาช่วยทำการบินได้มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 44,948.91 ล้านบาท การดึงพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาในครั้งนี้ เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของบริษัท อันจะส่งผลให้สามารถขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ ตามแผนการใช้เงิน และดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน นายสมบูรณ์ กล่าวทั้งนี้ การทำธุรกรรมในครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2559 โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม 2559 เสียก่อน และเมื่อการทำธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทจะต้องทำการเสนอซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ต่อไป。

Newt Gingrich and Mitt Romney seems to have cooled on climate change. Do they mean what they say, or said?

Earlier this month, the Doomsday Clock – popularized by the graphic novel Watchmen – was moved a minute closer to midnight, leaving it set at five minutes to midnight, or “Doomsday.”

This isn’t the closest it has been (that was back in 1953, when the United States and Soviet Union tested thermonuclear devices and the clock was set at 11:58 pm). But at a time of growing international concern over Iran’s nuclear program – and the announcement by Iran that it won’t “grin and bear” newly tightened sanctions and the EU decision to ban the import of Iranian oil – the decision to move the clock is interesting.

What is also interesting, though, is that Iran wasn’t one of the biggest factors driving the latest change. Earlier today, I spoke with Kennette Benedict, executive director of the Bulletin of the Atomic Scientists, the magazine established by Manhattan Project scientists in 1945 that created the Doomsday Clock.

The full transcript from my interview with her will be available online later this week for Diplomat Brief newsletter subscribers, but two of the issues she said were of most concern were the failure of the United States and Russia to significantly reduce their nuclear arsenals, and climate change.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Climate change hasn’t always been a factor in setting the clock’s hands, but was introduced as a consideration in 2007.

“As we consulted with climate scientists and others we began to understand the enormity that the world faces in disruption of climate, and the possibility that we might get to the point of runaway climate change,” she told me.

“We’re mindful of the coming fresh water scarcity, and the possibility of wars being fought over them – wars with nuclear weapons.”

Two nuclear-armed states that she may well have had in mind are India and Pakistan. The Economist ran a sobering piece in November noting that the head of Pakistan’s armed forces, Gen. Ashfaq Kayani, has cited water as justification for his “India-centric” military posture.

“Others take it further. ‘Water is the latest battle cry for jihadis,’ says B.G. Verghese, an Indian writer,” The Economist reported. “‘They shout that water must flow, or blood must flow.’ Lashkar-e-Taiba, a Pakistani terror group, likes to threaten to blow up India’s dams. Last year a Pakistani extremist, Abdur Rehman Makki, told a rally that if India were to ‘block Pakistan’s waters, we will let loose a river of blood.’”

As I suggested at the weekend, one of the foreign policy yardsticks for measuring the seriousness of the Republican presidential candidates could be their position on climate change. Jon Huntsman, for example, took a brave stand last year in saying he trusted climate scientists. (Former?) frontrunner Mitt Romney, meanwhile, had a sounder record as Massachusetts than he than he now wants to take credit for.

Which brings me to the other front runner – Newt Gingrich.

“It’s no secret that Republican presidential contender Newt Gingrich has had a soft spot for climate change in the past,” Mother Jones notes. “He sat on a couch with Nancy Pelosi talking about how we can all work together to solve global warming. He even wrote a book about our collective obligation to care for the planet, the sequel to which is currently in the works.”

Sadly, Gingrich appears to himself have developed a case of the flip-flops. Fast forward a few years to the Iowa caucus campaign and he was keen to reassure gathered voters that global warming “hasn’t been totally proven” and that even if it were, he would still oppose a cap-and-trade solution to combat carbon emissions.

You’d hope that with two nuclear-armed rivals breathing down each other’s parched throats, that a candidate for the most powerful office in the world might have a strong enough incentive not to downplay the challenge global warming poses to international security.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This is one of those cases where voters should hope the politician doesn’t actually mean what he says.